แรกเริ่มเรียนรู้เรื่องบิน

ผู้ที่จะเข้าวงการใหม่ๆทุกรายก็จะต้องเจอกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หากเรามีเพื่อนฝูงคุ้นเคยกัน การเข้าสู่วงการก็ดูจะไม่เป็นเรื่องที่ยากเย็นอะไร แต่ก็มีผู้ที่สนใจอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่สนใจอยากเข้ามาเล่นเครื่องบินเล็กกันบ้าง ซึ่งความสนใจนี้อาจไม่ได้เกิดจากพรรคพวกเพื่อนฝูงชักชวน แต่อาจเกิดจากไปพบเห็นเจ้าเครื่องบินไปวางขายตามย่านการค้าต่างๆ ตั้งแต่คลองถม สะพานเหล็ก ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า ทำให้เกิดความสนใจ แต่การหาความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายนักในบ้านเรา ที่วงการนี้ยังมีขนาดไม่ใหญ่ และอยู่ในกลุ่มที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ประกอบกับสถานที่เล่น ที่มักจะต้องอยู่ห่างไกลผู้คน ทำให้โอกาสที่คนทั่วไปจะไปพบได้นั้นก็ไม่ใช่ง่าย แต่ปัจจุบัน มีผู้ที่เข้าอินเตอร์เน็ตได้ มีมากกว่าผู้ที่เล่นเครื่องบิน ผมจึงคิดว่าการให้ความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ต น่าจะช่วยให้ความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจในระยะแรกที่จะหาความรู้ก่อนตัดสินใจได้เป็นอย่างดี






จะเริ่มอย่างไรดี

คำแนะนำส่วนใหญ่สำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มบินก็คือ หานักบินที่มีความชำนาญแล้วมาเป็นครูฝึกให้ ซึ่งหากสามารถทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะค่อนข้างมั่นใจว่าเครื่องบินของเราที่ใช้ฝึก จะสามารถอยู่ให้ฝึกไปจนกว่าเราจะบินเป็น ปัญหาสำคัญก็คือ เราจะหาครูฝึกที่ไหนดี และความสะดวกที่จะเรียนทั้งครูฝึก และตัวเราเอง แต่ถ้าเราจะเรียนด้วยตนเอง แบบหัดขี่จักรยาน หรือขับรถล่ะจะทำได้ไหม ผมขอตอบว่าทำได้แน่นอน แต่เราก็ต้องมีวิธีการเรียนด้วยตนเองที่ต้องศึกษา และปฏิบัติอย่างรู้จริง และเคร่งครัดเช่นเดียวกัน

หาเครื่องบิน

เรื่องแรกก็คือ เลือกหาเครื่องบินที่จะฝึกก่อน เครื่องบินลำแรกของคุณควรเป็นเครื่องบินแบบบินช้า และมีความเสถียรในอากาศมาก เนื่องจาก เรายังต้องเรียนรู้วิธีการบังคับเครื่องบินในอากาศ ดังนั้น เครื่องบินลำแรกควรจะมีความสามารถที่เรียกว่าบินด้วยตัวเองได้ โดยเราสามารถปล่อยก้านบังคับของส่งวิทยุได้เลย ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น ความสวยงาม ระยะเวลาของการบิน นั้น เป็นเรื่องรองลงไป สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปตามอ่านได้ที่นี่
ทีนี้ก็มาหาตัวเครื่องบินกัน เครื่องบินแบบหนึ่งที่ผมอยากแนะนำ ก็คือ เครื่องฟัลคอนของจีน ที่มีวางขายแถวสะพานเหล็กที่แหละ เนื่องจากเข้าสเป็กดีและถูก บินง่าย ไม่ต้องปรับแต่ง ไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งผมจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการบินเครื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ถ้าอยากได้เครื่องบินที่บังคับได้เต็มรูปแบบ ก็คงต้องหาแหล่งใหม่ ประเภทที่มีก็มีตั้งแต่ เป็นชุดคิทประกอบเอง จากไม้บัลซ่าที่ตัดตามแบบเป็นชิ้นๆ และเราต้องอ่านแบบสร้างให้ออก และประกอบตามไป ซึ่งผมไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะโอกาสที่จะไม่เสร็จมีมาก หรือเสร็จ แต่บินไม่ได้ก็มากเช่นกัน
ทางเลือกต่อไป คือ ซื้อเครื่องบินที่ประกอบแล้ว ซึ่งมีทั้งสำเร็จรูปพร้อมบิน หรือแบบเกือบสำเร็จรูป โดยต้องมาแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เอาไว้คุยว่าทำเองได้บ้าง ทั้งสองแบบนี้ก็มีให้เลือกได้มาก ทั้งเมดอินไทยแลนด์ หรือ ของนอก ซึ่งราคาก็แตกต่างกันไป เช่นWingo(ของนอก) Red Arrow (ของไทย)

หาชุดวิทยุบังคับ

วิทยุบังคับปัจจุบันก็มีหลากหลาย ทั้งจำนวนช่องบังคับ (แชนแนล) ความสามารถ รูปแบบ และราคา คุณสมบัติเบื้องต้นที่จะพิจารณาก็ได้แก่ จำนวนช่องบังคับ ซึ่งที่มีใช้กันอยู่ก็มีตั้งแต่ สองช่องขึ้นไปจนถึงแปดช่อง ส่วนรายละเอียดอื่นๆค่อนข้างจะมีหลากหลาย เช่น ความถี่ ความสามารถในการบังคับต่างๆ ซึ่งผมจะไม่พูดถึงตอนนี้ ที่สำคัญคือเราควรจะซื้อเครื่องวิทยุบังคับที่มีช่องบังคับกี่ช่องจึงจะเหมาะสมกับเงินในกระเป๋า และความสามารถที่ต้องการ
รูปเครื่องส่งวิทยุ รูปชุดเครื่องรับ และเซอร์โว
โดยปกติ เครื่องบินสำหรับมือใหม่ก็มักจะออกแบบให้มีการบังคับเพียงสามช่องก็เพียงพอ ได้แก่ เครื่องยนต์ หรือ มอเตอร์ การบังคับเลี้ยว และการบังคับขึ้นลง แต่หากเราบินเป็นแล้ว ก็อยากจะเพิ่มการบังคับส่วนปีกอีก ดังนั้น หากเป็นไปได้เครื่องวิทยุบังคับชุดแรกของคุณน่าจะมีสี่ช่องบังคับขึ้นไป หากไม่เลิกเล่นไปเสียก่อนก็มีโอกาสได้ใช้ครบทุกช่องแน่นอน
สำหรับราคาก็มีตั้งแต่ สองพันกว่าบาทขึ้นไป (สองช่อง) จนถึงหลายๆหมื่นบาท ขอให้ลองดูราคาในรายการในโฆษณาแมกกาซินเครื่องบินเล็กของไทย ขอแนะนำอีกทีว่า เครื่องฟัลคอนที่ขาย มีครบทั้งเครื่องบินพร้อมวิทยุบังคับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปหาวิทยุอีก

เตรียมพร้อมก่อนบิน

พอได้เครื่องบิน และวิทยุบังคับ ก็รู้สึกอยากจะบินเต็มที่ แต่อยากให้ใจเย็นๆนั่งศึกษาทั้งตัวเครื่องบิน และชุดวิทยุบังคับให้เข้าใจระหว่างที่ยังอยู่กับพื้น ดีกว่าจะเริ่มเข้าใจตอนที่เครื่องบินกำลังอยู่กลางอากาศ เพราะคุณอาจไม่ได้เครื่องบินที่อยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนก่อนขึ้นบินก็ได้ ระหว่างนี้ก็อาจไปนั่งสังเกตการณ์ตามสนามบินเล็ก เพื่อดูสภาพแวดล้อม และวิธีการบินของนักบินทั้งรุ่นเก๋า และมือใหม่ๆไปก่อนเพื่อสร้างประสบการณ์ทางความคิดไปก่อนได้
ขั้นตอนการตรวจสอบต่อไปนี้ ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ และควรถือปฏิบัติเป็นประจำให้เป็นนิสัย และคุณจะมีเครื่องบินที่มีอายุยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ

ทดสอบระบบบังคับ


ขั้นแรกเป็นการตรวจสอบระบบบังคับต่างๆของเครื่องบินว่าถูกต้องหรือไม่ โดยเปิดสวิทย์ที่เครื่องส่ง ทั้งนี้ กรณีของเครื่องบินไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์หมุนใบพัด ให้ปรับก้านบังคับเร่งเบาอยู่ในตำแหน่งเบาสุด (โดยการโยกก้านบังคับลงสุดด้านล่าง) ก่อนเปิดสวิทย์เสมอ แล้วจึงเปิดสวิทย์เครื่องรับที่ตัวเครื่องบิน อย่าให้มีวัสดุต่างๆอยู่ใกล้ใบพัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือของคุณ ตอนนี้เครื่องบินของคุณมีชีวิตแล้ว ตอนนี้หันเครื่องบินออกจากตัว โดยเรามาอยู่ด้านหลังของเครื่องบิน เริ่มทดสอบระบบควบคุมต่างๆว่าทำงานตามปกติหรือไม่ โดยการโยกคันบังคับอันขวามือ ไปทางซ้ายช้าๆ หางเสือจะโยกไปทางซ้าย เมื่อปล่อยมือ หางเสือจะกลับในตำแหน่งกลางเช่นเดิม เมื่อโยกคันบังคับไปทางขวา หางเสือ (Rudder) ก็จะบิดไปทางขวาเช่นกัน
ทีนี้ ทดลองโยกคันบังคับอันเดิมลง ชุดหางบังคับขึ้นลง (Elevator) จะบิดขึ้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เครื่องบินมีทิศทางของการบินขึ้น และเมื่อดันคันบังคับขึ้นด้านบน ชุดหางบังคับขึ้นลงจะบิดลง
สังเกตดูว่ามุมที่ชุดบังคับทั้งสองบิดไปมา มีสัดส่วนมากน้อยสัมพันธ์กับมือที่โยกก้านบังคับเพียงใด ในการหัดบินครั้งแรกๆ มุมที่ชุดหางบิดตัวไปมาไม่ควรมากเกินไป เพราะจะทำให้เครื่องบินมีอาการแกว่งไปมามาก หากเรายังไม่มีความชำนาญในการบังคับเพียงพอ และอาจทำให้เครื่องบินสูญเสียการควบคุมได้โดยง่าย
ขั้นตอนต่อไปต้องจับยึดเครื่องบินให้ดี ทดลองผลักก้านบังคับการเร่งเบา (อันซ้ายมือ) ขึ้นด้านบน เครื่องบินที่ใช้มอเตอร์ก็จะเริ่มทำงานโดยใบพัดจะหมุนเร็วขึ้นตามก้านบังคับ โยกคันบังคับจนสุด เราจะรู้สึกได้ว่าเครื่องบินมีแรงฉุดมือพร้อมที่จะวิ่งไปข้างหน้า เมื่อเห็นว่ามอเตอร์ทำงานปกติ ก็โยกก้านบังคับลงมาสุดเช่นเดิม มอเตอร์ควรจะหยุดหมุนจนสนิท

ทดสอบระยะควบคุม

ขั้นตอนเกือบสุดท้ายเป็นการทดสอบระยะบังคับของวิทยุว่าเครื่องบินเราจะบินไปได้ไกลเท่าไร ก่อนที่จะหลุดจากการควบคุมของวิทยุ ขั้นตอนนี้ หลายคนที่เคยซื้อเครื่องฟัลคอนมาบินจะได้ประสบการณ์โดยเครื่องบินหายลับตาไปเลยโดยไม่สามารถควบคุมได้ เพราะไม่ได้ตรวจสอบขั้นตอนนี้
วิธีการตรวจสอบทำโดยการเปิดเครื่องส่ง แล้วจึงเปิดเครื่องรับ และเพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไกล ให้ชักเสาอากาศเครื่องส่งไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง และถือเครื่องบินเดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงหนึ่งที่ชุดเซอร์โวเริ้มสั่นไปมาโดยไม่ได้มีการบังคับ แสดงว่าคลื่นวิทยุของเครื่องส่งอาจจะไม่สามารถบังคับได้อย่างแน่นอน ระยะนี้ควรจะเป็นประมาณหนึ่งในสาม หรือ ครึ่งหนึ่งของระยะตามที่ผู้ผลิตระบุไว้ในคู่มือ ทั้งนี้ อาจมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อ และสภาพสิ่งแวดล้อมที่ทำการทดสอบด้วย เพื่อจะได้ถือเป็นระยะประมาณสำหรับการบินเครื่องบินขึ้นไปจริงๆ

ทดสอบสภาพพร้อมบินขั้นสุดท้าย

ขั้นตอนสุดท้าย(จริงๆ) ก็เป็นการตรวจสอบสภาพโดยทั่วไปของเครื่องบิน เช่น แนวปีกว่าขนานกับลำตัวและชุดหางหรือไม่ จุดศูนย์ถ่วง (CG) อยู่ตรงตำแหน่งที่กำหนดหรือไม่ อุปกรณ์ที่ติดตั้งมีส่วนใดหลุดหลวมหรือไม่ ถ้าจุดที่ตรวจสอบผิดปกติ ขอให้กลับมาแก้ไขให้เรียบร้อยทันที อย่าผลัดผ่อน เพราะเคยเห็นนักบินหลายลำที่อยากจะบินมาก กะว่าขอบินซักเที่ยวก่อน แล้วจะกลับไปแก้ไข แต่กลายเป็นต้องมีเรื่องทำมากกว่าเหตุที่ตรวจพบครั้งแรกมาก หรือบางลำก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลย
เอาละครับ พอครบขั้นตอนสำคัญนี้ก็ถือว่าเครื่องบินของเราพร้อมบินแล้ว และอยากจะย้ำว่า การตรวจสอบก่อนบินนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ และควรทำให้เป็นนิสัย เพราะใช้เวลาไม่นาน เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องกลับมาซ่อม

ไฟลท์แรก

ทีนี้ก็ได้เวลาตื่นเต้นจริงๆเสียที เมื่อการตรวจสภาพความพร้อมบินขั้นสุดท้าย และได้แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆจนหมด ก็พร้อมที่จะนำเครื่องบินขึ้นสู่อากาศแล้ว ก็ถือว่าส่วนที่เราสามารถควบคุมขั้นต้นทำได้ครบถ้วนแล้ว ขั้นต่อไปก็เป็นการหาสถานที่ที่จะเป็นสนามบินของเราต่อไป ปัจจุบันมีสถานที่ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อเป็นสนามบินเล็ก ซึ่งคุณอาจเข้าไปดูได้ตามนี้ ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น ซึ่งผมแนะนำให้ไปสถานที่เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบินเที่ยวแรก เพราะคุณจะสามารถหานักบินมือเก่า ที่มีความชำนาญในการบิน ที่พอจะช่วยแนะนำหลักการบินพื้นฐานให้อย่างชัดเจน รวมทั้งอาจจะช่วยนำเครื่องบินขึ้น และลง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มือใหม่หัดบินมักจะทำเครื่องบินเป็นชิ้นๆมานักต่อนักแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเราเกิดไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวงที่ไม่อาจหานักบินมือเก๋ามาช่วยบินขึ้นให้ก่อน การไปหาสนามบินที่มีอยู่ก็ยังเป็นข้อดีที่น่าเชื่อได้ว่า สถานที่นั้นเหมาะแก่การบินค่อนข้างจะแน่นอน แต่หากยังไม่สะดวกสำหรับการไปหาสนามบินที่มีอยู่ ผมก็ขอให้คำแนะนำพื้นฐานสำหรับเลื่อสถานที่ทำสนามบิน ดังนี้

ทดสอบการร่อน

อย่าลืมว่าการบินเที่ยวแรกของคุณ ควรปราศจากการรบกวนโดยสิ้นเชิงของสภาพที่ไม่จำเป็นทั้งหลาย ดังนั้น คุณควรไปถึงสนามบินแต่เช้า เนื่องจากลมยังสงบ และที่สนามบินก็ยังไม่พลุกพล่าน ทำให้คุณควบคุมสมาธิได้ดี พอถึงสนามบินที่เลือกไว้ ก็ประกอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพพร้อมบิน ตรวจสอบสภาพเครื่องบินอีกครั้ง ตามขั้นตอนก่อนหน้า เมื่อถูกต้องครบถ้วน ก็เริ่มสู่ทดสอบการร่อนของเครื่องบิน เนื่องจากเครื่องบินลำนี้ของคุณยังไม่เคยขึ้นบินมาก่อน การร่อนจึงเป็นการดูอาการว่า เครื่องบินลำนี้เมื่อขึ้นสู่อากาศแล้วจะมีอาการอย่างไร เพื่อจะได้ปรับแก้ในขณะที่ยังไม่มีกำลังขับเคลื่อน และยังอยู่ในระยะต่ำ ทำให้ไม่เกิดความเสียหายได้ เลือกพื้นที่สำหรับการพุ่งร่อนที่ค่อนข้างนุ่ม เช่น เป็นดินอ่อน หรือ มีหญ้ารองรับการลงของเครื่องบินได้ จับเครื่องบินบริเวณลำตัว ใต้จุดศูนย์ถ่วงของเครื่องบิน (จุดที่น้ำหนักส่วนหัว และ หางระหว่างจุดนี้เท่ากันพอดี) หันเครื่องบินเข้าหาลม กำหนดมุมร่อนให้หัวเครื่องบินกดลงเล็กน้อย (ห้ามไม่ให้หัวเชิดขึ้นโดยเด็ดขาด) พุ่งออกจากมือแรงๆ แล้วคอยสังเกตอาการร่อนว่า มีอาการเลี้ยวไปทางด้านใด หรือ อาการร่อนเชิดขึ้น หรือ หัวกดลงผิดปกติ หรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องบินที่ซื้อสำเร็จรูปมา และมีการประกอบตามขั้นตอนแล้ว การทดสอบการร่อนแทบจะไม่มีปัญหาอะไร นอกจากมีอาการเลี้ยวเล็กน้อยไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งอาจปรับหางเล็กน้อยในทิศทางตรงข้าม และทดลองพุ่งร่อนตามวิธีเดิม จนเครื่องบินสามารถร่อนได้ตรง และมีมุมร่อนที่สามารถลงสู่พื้นดินได้อย่างราบเรียบโดยไม่มีอาการหัวปักดินให้เห็น

ได้เวลาบินจริง

ถึงเวลาบินจริงๆเสียที หากเครื่องบินคุณสามารถวิ่งขึ้นได้ ก็อาจจะใช้วิธีบังคับให้เครื่องวิ่งขึ้นจากพื้น แต่เครื่องบินบางแบบ เช่น เครื่องฟัลคอน เหมาะสำหรับการพุ่งร่อนจากมือมากกว่า เตรียมเปิดวิทยุเครื่องส่ง แล้วจึงเปิดเครื่องรับที่ตัวเครื่องบิน ทดสอบระบบบังคับทุกช่องให้เรียบร้อยอีกครั้ง เพราะระหว่างที่ทดสอบการร่อนอาจมีการขัดข้องโดยเราไม่ทันสังเกตได้ หันหน้าเครื่องบินสวนกับทิศทางลม เร่งเครื่องยนต์ หรือ มอเตอร์ให้สุด หากวิ่งขึ้นจากพื้น เครื่องก็จะค่อยๆเคลื่อนตัวเร็วขึ้นจนลอยขึ้นสู่อากาศ หากพุ่งส่งก็พุ่งเต็มที่เช่นเดียวกับการพุ่งร่อน เครื่องบินจะเริ่มบินตรงไปข้างหน้าและลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนี้หากเครื่องบินมีอาการเลี้ยวซ้าย หรือ ขวาโดยไม่ได้บังคับก็อย่างเพิ่งตกใจ ค่อยๆบังคับก้านบังคับเลี้ยวไปในทิศทางตรงกันข้ามทีละน้อย อย่างช้าๆ ส่วนก้านบังคับขึ้นลง นั้นโดยปกติจะไม่ใช้ในระหว่างนี้เลย เพราะเครื่องบินกำลังต้องการความเร็วในการใต่ขึ้นสู่อากาศ หากเหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นที่ว่านี้ ถึงแม้ช่วงทดสอบการร่อนจะดีแล้วก็ตาม ก็อย่าตกใจ อาจแก้โดยการตัดเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ลงจนสุด เครื่องก็จะลงถึงพื้นได้ก่อนที่จะสายเกินไป

เลี้ยงไว้ก่อน

เมื่อเครื่องบินบินขึ้นไปอย่างเรียบร้อยถึงความสูงระดับหนึ่ง ที่สูงพอประมาณที่จะแก้อาการผิดปกติได้ทัน แต่ก็ไม่สูงมากจนมองสังเกตอาการได้ไม่ชัด คุณก็พอจะถอนหายใจได้บ้างว่าเจ้าตัวนี้น่าจะพอควบคุมได้ ตอนนี้ก็ค่อยๆลดความเร็วลงเล็กน้อยระหว่างนี้คอยสังเกตอาการเครื่องบินด้วย ดูจนเครื่องบินสามารถบินแนวระดับได้สม่ำเสมอ โดยไม่ไต่ขึ้น หรือลดระดับลง ก็รักษาความเร็วไว้ที่ตรงนี้ก่อน ค่อยๆบังคับให้เครื่องบินเลี้ยวช้าๆเป็นวงกลมกว้างๆรอบตัวคุณ สำหรับเที่ยวแรกนี้ขอแนะนำว่า ให้เครื่องบินๆด้วยตัวมันเองเป็นหลัก เราคอยจัดทิศทางการเลี้ยวกว้างๆก็เพียงพอ ระวังอย่าให้เครื่องบินผ่านเหนือศีรษะเราโดยตรง เพราะจะสังเกตยาก และ ผมเห็นหลายเครื่องที่ตกเพราะเครื่องบินผ่านหัวในพริบตา พอพ้นก็แก้ไขไม่ทันแล้ว อีก ประการหนึ่งที่ต้องระวัง คือการบินผ่านพระอาทิตย์ เพียงชั่วพริบตาที่บินผ่าน คุณจะมองไม่เห็นเครื่องบินไปชั่วขณะที่ก็นานพอที่เครื่องบินอาจเสียทิศทาง และแก้ไขไม่ทันเช่นกัน

ถึงเวลาลง

ในการบินทุกครั้งควรมีนาฬิกาจับเวลาไว้ตั้งแต่เริ่มบินขึ้นทุกครั้ง ตั้งเวลาให้เหมาะสมกับเครื่องบินของเรา ซึ่งอาจมีระยะเวลาตั้งแต่ 3-10 นาที แล้วแต่ขนาดความจุของถังน้ำมัน หรือ แบตเตอรี่ที่ใช้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องยนต์ หรือแบตเตอรี่หมดกลางอากาศโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้การนำเครื่องบินกลับมาลงไม่ได้ตามจุดที่ต้องการ คุณก็จะเหนื่อยตามเก็บไกลๆกันอีกโดยไม่จำเป็น
เมื่อได้ถึงเวลาที่ตั้งไว้ก็เตรียมตัวลง การบินลงก็เช่นเดียวกับการบินขึ้น คือควรบินลงทวนลมเสมอ สำหรับการบินเที่ยวแรกนี้ ถ้าคุณสามารถหาสนามบินกว้างๆตามที่ผมบอกไว้ละก็ ยังไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาลงให้ตรงจุดที่ต้องการ เพราะลำพังให้ลงถึงดินได้โดยไม่บุบสลาย สำรับเที่ยวแรกนี้ก็ต้องปรบมือให้อยู่แล้ว เริ่มต้นโดยค่อยๆบินวน และลดความเร็วของเครื่องบินลง จนเห็นว่าเครื่องเริ่มลดระดับต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อตีวงเลี้ยวจนเครื่องบินเข้าในทิศทางสวนลม เครื่องบินควรจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าพื้นดินราว 5-10 เมตร จึงเริ่มลดความเร็วลงจนเกือบสุด หรือสุด แล้วแต่ความเร็วขณะนั้นเป็นเท่าใด ระหว่างนี้ต้องพยายามเลี้ยงให้เครื่องบินบินในแนวตรงทวนลมตลอด จนเครื่องบินลดความเร็วลงจนแตะพื้น และหยุดสนิท จึงไปเก็บเครื่องบิน ปิดสวิทย์เครื่องรับ แล้วจึงปิดสวิทย์เครื่องส่งให้เรียบร้อย ก็เป็นอันว่าจบไฟล้ท์แรก ถ้าเข้าสูตรนี้ก็ปรบมือให้กับตัวเองหน่อย
แต่ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ว่านี้ล่ะ ก็อาจเป็นไปได้หลายรูปแบบ ความเสียหายก็อาจมีมากบ้าง น้อยบ้าง แต่ขอบอกว่าอย่าเพิ่งเสียกำลังใจครับ มีใครเคยหัดขี่จักรยานโดยไม่เคยล้มซักกี่คน แต่ถ้าไม่แข็งใจก็ไม่เป็นแน่นอนครับ

*** หวังว่าไฟล้ท์ขึ้นครูของคุณคงจะเข้าสูตรนี้ครับ ***


ปลอดภัยไว้ก่อน

กติกาพื้นฐานต่อไปนี้ ผมอยากให้ช่วยกันนำไปปฏิบัติในระหว่างที่พวกเราไปเล่นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นสนามบินใดๆ หรือแม้แต่สถานที่ซึ่งไม่ได้เป็นสนามบินก็ตาม เนื่องจากเจ้าเครื่องบินนี้ ถึงแม้ยามที่จอดอยู่เฉยๆจะดูสงบเสงี่ยมมากก็ตาม แต่ยามใดที่ได้ขึ้นสู่อากาศแล้ว เสมือนเหยี่ยวก็ไม่ปาน จะเห็นเครื่องร่อนที่ดูบินช้าอยู่ในอากาศ ยามโฉบเฉี่ยวลงมา จะโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตามจะเห็นผู้ชมหลบกันเป็นพัลวัน นั่นย่อมแสดงให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าตัวนี้เมื่ออยู่ในอากาศกันแล้ว ถ้าเราเป็นเจ้าของเองจะต้องระมัดระวังอย่างไร ที่จะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น จะโดยเราเอง หรือผู้อื่นก็ตาม โดยขอให้ช่วยกันยึดถือกติกาพื้นฐานเหล่านี้กันเถอะ

เอาละครับ หวังว่าเท่าที่พยายามเรียบเรียงเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการที่ "มือใหม่หัดบิน" จะได้เรียนรู้เรื่องที่จะไปหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปได้ ก็คิดว่าได้ครอบคลุมพอประมาณ ทั้งนี้แต่ละคนคงต้องไปแสวงหาความรู้ทั้งทางทฤษฎี และปฏิบัติมากขึ้น เพื่อจะก้าวไปสู่นักบินมือเก่ากับเขาได้อย่างมีคุณภาพ และฝีมือต่อไป


Home || เทคนิคควรรู้ || FAQ || Links || Updates || Email
SITE MAP